เงื่อนไขการเคลมรายโรค
เงื่อนไขเคลมการทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง (TPD) ต้องครบอะไรบ้าง
สรุปคำนิยาม เงื่อนไขที่ต้องครบ หลักฐานประกอบ และคำถามที่พบบ่อย เพื่อช่วยให้ตรวจสอบกรมธรรม์ได้เป็นขั้นตอน
เงื่อนไขเคลมการทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ตามสัญญาที่นำมาอ้างอิง ไม่ได้กำหนดว่าต้องครบทั้ง 3 แนวทาง แต่ผู้เอาประกันภัยต้องมีองค์ประกอบครบตามเงื่อนไข ข้อหนึ่งข้อใด ได้แก่ ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันอย่างน้อย 3 อย่าง ไม่สามารถประกอบอาชีพใด ๆ ได้อย่างถาวร หรือเกิดการสูญเสียตามรูปแบบที่สัญญาระบุ
แต่ละแนวทางมีรายละเอียดเรื่องความถาวร ระยะเวลาต่อเนื่อง อายุเมื่อเกิดภาวะครั้งแรก และหลักฐานทางการแพทย์แตกต่างกัน จึงต้องตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงและเอกสารสอดคล้องกับแนวทางใด โดยผลการพิจารณาจริงขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ฉบับที่ถืออยู่และการพิจารณาของบริษัท
สรุปเงื่อนไข TPD แบบสั้น
| แนวทางตามคำนิยาม | เงื่อนไขหลักที่ต้องครบ | อายุและระยะเวลาที่ระบุ |
|---|---|---|
| ข้อ 1 ทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้ | ไม่สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันที่สัญญาระบุได้ด้วยตนเองอย่างถาวร ตั้งแต่ 3 อย่างขึ้นไป | โดยทั่วไปต้องต่อเนื่องอย่างน้อย 180 วัน และภาวะต้องเกิดขึ้นครั้งแรกก่อนอายุครบ 80 ปีบริบูรณ์ |
| ข้อ 2 ประกอบอาชีพไม่ได้ | ไม่สามารถทำงานหรือประกอบอาชีพใด ๆ เพื่อรับค่าตอบแทนหรือผลกำไรได้อย่างถาวร | โดยทั่วไปต้องต่อเนื่องอย่างน้อย 180 วัน และต้องเกิดขึ้นครั้งแรกภายหลังอายุครบ 17 ปี แต่ก่อนอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ |
| ข้อ 3 การสูญเสียตามที่กำหนด | เกิดการสูญเสียตามรูปแบบข้อ 3.1 ข้อ 3.2 หรือข้อ 3.3 อย่างใดอย่างหนึ่ง | ภาวะต้องเกิดขึ้นครั้งแรกก่อนอายุครบ 80 ปีบริบูรณ์ ข้อความที่ได้รับไม่ได้ระบุระยะเวลา 180 วันสำหรับแนวทางนี้ |
ประเด็นสำคัญ: คำว่า “ข้อหนึ่งข้อใด” หมายถึงไม่จำเป็นต้องเข้าเงื่อนไขทั้งข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 3 พร้อมกัน แต่เมื่อใช้แนวทางใด รายละเอียดภายในแนวทางนั้นต้องพิจารณาให้ครบ
คำนิยามตามสัญญากรมธรรม์
สรุปสาระสำคัญจากคำนิยาม: การทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หมายถึง ผู้เอาประกันภัยเกิดทุพพลภาพทั้งหมดอย่างถาวรจากการเจ็บป่วยหรือการบาดเจ็บ โดยต้องมีเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดตามที่สัญญากำหนด
- ไม่สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันที่ระบุไว้ได้ด้วยตนเองอย่างถาวร ตั้งแต่ 3 อย่างขึ้นไป โดยการทุพพลภาพต้องต่อเนื่องกันอย่างน้อย 180 วัน เว้นแต่เข้าเหตุที่สัญญาระบุ เช่น เสียชีวิตก่อนครบระยะเวลาด้วยโรคร้ายแรงหรือผลสืบเนื่องโดยตรงจากโรคร้ายแรงในข้อนี้ มีการสูญเสียที่พิสูจน์ได้อย่างชัดเจน หรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ชัดเจนว่าเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ภาวะต้องเกิดขึ้นครั้งแรกก่อนอายุครบ 80 ปีบริบูรณ์
- ไม่สามารถทำงานหรือประกอบอาชีพใด ๆ เพื่อรับค่าตอบแทนหรือผลกำไรได้โดยถาวร โดยการทุพพลภาพต้องต่อเนื่องกันอย่างน้อย 180 วัน เว้นแต่เข้าเหตุที่สัญญาระบุในลักษณะเดียวกับข้อ 1 และภาวะต้องเกิดขึ้นครั้งแรกภายหลังอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ แต่ก่อนอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์
- เกิดการสูญเสียหรือการทุพพลภาพจากการบาดเจ็บหรือการเจ็บป่วย ซึ่งทำให้เกิดกรณีใดกรณีหนึ่ง ได้แก่ สูญเสียสายตาทั้งสองข้าง สูญเสียมือสองข้างหรือเท้าสองข้าง สูญเสียมือหนึ่งข้างและเท้าหนึ่งข้าง หรือสูญเสียสายตาหนึ่งข้างร่วมกับการสูญเสียมือหนึ่งข้างหรือเท้าหนึ่งข้าง ภาวะต้องเกิดขึ้นครั้งแรกก่อนอายุครบ 80 ปีบริบูรณ์
ที่มา: สัญญาเพิ่มเติม เอไอเอ มัลติเพย์ ซีไอ แบบ 2021n ประเภทสามัญ (AIA Multi-Pay CI) จากกรมธรรม์ส่วนบุคคลของผู้เขียน
อธิบายแบบเข้าใจง่าย
แนวทางที่ 1 ทำกิจวัตรประจำวันอย่างน้อย 3 อย่างไม่ได้
แนวทางนี้ไม่ได้พิจารณาเพียงว่าผู้เอาประกันภัยทำกิจกรรมบางอย่างได้ยากขึ้น แต่ใช้ถ้อยคำว่าไม่สามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเองอย่างถาวร ตั้งแต่ 3 อย่างขึ้นไป และโดยทั่วไปต้องเป็นต่อเนื่องอย่างน้อย 180 วัน
อย่างไรก็ตาม ข้อความที่ได้รับไม่ได้แสดงรายการหรือคำนิยามของกิจวัตรประจำวันแต่ละอย่าง จึงไม่ควรนำรายการกิจวัตรจากบทความอื่นหรือกรมธรรม์รุ่นอื่นมาใช้แทน ต้องตรวจสอบคำนิยามในกรมธรรม์ฉบับจริงที่ผู้เอาประกันภัยถืออยู่
แนวทางที่ 2 ไม่สามารถประกอบอาชีพใด ๆ ได้อย่างถาวร
เงื่อนไขนี้ใช้คำว่าไม่สามารถทำงานหรือประกอบอาชีพ ใด ๆ เพื่อรับค่าตอบแทนหรือผลกำไรได้อย่างถาวร จึงมีความหมายกว้างกว่าการทำงานเดิมไม่ได้ หรือกลับไปทำอาชีพเดิมไม่ได้เพียงอย่างเดียว
การพิจารณาต้องดูทั้งลักษณะความทุพพลภาพ ความถาวร ระยะเวลาต่อเนื่อง และหลักฐานทางการแพทย์ โดยเกณฑ์อายุในแนวทางนี้แตกต่างจากข้อ 1 และข้อ 3 คือ ภาวะต้องเกิดขึ้นครั้งแรกภายหลังอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ และก่อนอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์
แนวทางที่ 3 เกิดการสูญเสียตามรูปแบบที่กำหนด
สำหรับแนวทางนี้ ต้องเกิดการสูญเสียอย่างใดอย่างหนึ่งตามรายการในสัญญา ไม่ใช่การสูญเสียอวัยวะหรือการมองเห็นทุกรูปแบบจะตรงกับคำนิยามโดยอัตโนมัติ
- สูญเสียสายตาทั้งสองข้าง
- สูญเสียมือสองข้าง หรือเท้าสองข้าง
- สูญเสียมือหนึ่งข้างและเท้าหนึ่งข้าง
- สูญเสียสายตาหนึ่งข้างและสูญเสียมือหนึ่งข้าง
- สูญเสียสายตาหนึ่งข้างและสูญเสียเท้าหนึ่งข้าง
ข้อความส่วนที่ได้รับไม่ได้แสดงคำนิยามเพิ่มเติมว่า “สูญเสียสายตา” หรือ “สูญเสียมือหรือเท้า” ต้องมีลักษณะทางการแพทย์อย่างไร จึงต้องอ้างอิงรายละเอียดจากกรมธรรม์ฉบับจริง หากมีคำนิยามอยู่ในส่วนอื่นของสัญญา
ระยะเวลา 180 วันใช้กับทุกกรณีหรือไม่
จากข้อความที่ได้รับ ระยะเวลาต่อเนื่องอย่างน้อย 180 วันระบุไว้ในเงื่อนไขข้อ 1 และข้อ 2 ส่วนข้อ 3 ซึ่งเป็นการสูญเสียตามรูปแบบที่กำหนด ไม่พบข้อความกำหนดระยะเวลา 180 วันในส่วนที่แนบมา
สำหรับข้อ 1 และข้อ 2 สัญญายังระบุเหตุที่อาจไม่ต้องรอให้ครบ 180 วัน เช่น ผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตก่อนครบระยะเวลาด้วยโรคร้ายแรงหรือผลสืบเนื่องโดยตรงจากโรคร้ายแรงในข้อนี้ มีการสูญเสียที่พิสูจน์ได้อย่างชัดเจน หรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ชัดเจนว่าเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง
ระยะเวลา 180 วันนี้เป็นส่วนหนึ่งของคำนิยามการทุพพลภาพในข้อนี้ ไม่ควรนำไปเรียกรวมกับคำว่า “ระยะรอคอย” โดยไม่มีข้อความจากเงื่อนไขส่วนอื่นของกรมธรรม์รองรับ
เงื่อนไขเรื่องวันเริ่มความคุ้มครองและการจ่ายผลประโยชน์
ข้อความในสัญญาที่ได้รับระบุว่า บริษัทจะคุ้มครองการทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากการบาดเจ็บหรือการเจ็บป่วยซึ่งเกิดขึ้นภายหลังวันที่สัญญาเพิ่มเติมเริ่มมีผลคุ้มครอง
นอกจากนี้ สัญญาระบุว่าจะจ่ายผลประโยชน์ในข้อนี้เฉพาะกรณีใดกรณีหนึ่งต่อไปนี้
- เป็นการจ่ายผลประโยชน์ความคุ้มครองโรคร้ายแรงระดับรุนแรงครั้งแรก
- เป็นการจ่ายผลประโยชน์ความคุ้มครองโรคร้ายแรงระดับรุนแรง ซึ่งได้รับการวินิจฉัยและหรือยืนยันจากแพทย์เป็นครั้งแรกขณะที่ผู้เอาประกันภัยยังมีชีวิตอยู่ว่าเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ
การจะเข้ากรณีใดต้องพิจารณาร่วมกับประวัติการจ่ายผลประโยชน์ก่อนหน้า ข้อเท็จจริงทางการแพทย์ และเงื่อนไขส่วนอื่นในกรมธรรม์ฉบับจริง
กรณีเคยได้รับผลประโยชน์ข้อ 5.3E มาก่อน
สัญญามีเงื่อนไขเชื่อมโยงกับโรคร้ายแรงระดับต้นถึงระดับปานกลาง ข้อ 5.3E การสูญเสียแขนหรือขาหนึ่งข้างหรือตาข้างหนึ่ง (Loss of One Limb or One Eye/Sight)
หากบริษัทเคยจ่ายผลประโยชน์ข้อ 5.3E ไปแล้ว และต่อมาผู้เอาประกันภัยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นการทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงระดับรุนแรงจาก สาเหตุเดียวกัน ข้อความในสัญญาระบุว่าจะจ่ายผลประโยชน์ระดับรุนแรงโดยหักผลประโยชน์ระดับต้นถึงระดับปานกลางที่เคยจ่ายไปแล้ว
หากยังไม่เคยได้รับผลประโยชน์ระดับต้นถึงระดับปานกลางดังกล่าว สัญญาระบุให้จ่ายเฉพาะผลประโยชน์ความคุ้มครองโรคร้ายแรงระดับรุนแรง ทั้งนี้ จำนวนเงินและรายละเอียดการคำนวณต้องตรวจสอบจากตารางผลประโยชน์และกรมธรรม์ฉบับจริง เพราะไม่มีข้อมูลดังกล่าวในข้อความที่ได้รับ
หลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณา
ข้อความที่ได้รับไม่ได้ระบุรายการเอกสารยื่นเคลมเป็นรายฉบับ จึงไม่สามารถยืนยันชื่อแบบฟอร์มหรือเอกสารทั้งหมดได้ แต่จากถ้อยคำในคำนิยาม มีข้อมูลสำคัญที่มักต้องแสดงให้เห็นในการพิจารณาดังนี้
- ข้อมูลการวินิจฉัยและหรือการยืนยันจากแพทย์ เพื่อแสดงลักษณะของการทุพพลภาพหรือการสูญเสีย
- หลักฐานทางการแพทย์ที่ชัดเจน ว่าภาวะเป็นการทุพพลภาพทั้งหมดและมีลักษณะถาวร
- ข้อมูลระยะเวลาที่ภาวะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับเงื่อนไขข้อ 1 หรือข้อ 2 ซึ่งโดยทั่วไปกำหนดไว้อย่างน้อย 180 วัน
- หลักฐานที่พิสูจน์การสูญเสียอย่างชัดเจน หากพิจารณาตามกรณีการสูญเสียที่สัญญาระบุ
- ข้อมูลวันที่เกิดภาวะหรือได้รับการวินิจฉัยครั้งแรก เนื่องจากแต่ละแนวทางมีเกณฑ์อายุเมื่อเกิดภาวะแตกต่างกัน
รายการเอกสารจริงอาจมีมากกว่านี้ ผู้เอาประกันภัยควรตรวจสอบข้อกำหนดการเรียกร้องสินไหม แบบฟอร์ม และเอกสารประกอบที่บริษัทขอสำหรับกรมธรรม์ฉบับนั้นโดยตรง
ตัวอย่างเพื่อช่วยให้เข้าใจเงื่อนไข
ตัวอย่างกรณีที่มีองค์ประกอบสอดคล้องกับคำนิยาม
ผู้เอาประกันภัยเจ็บป่วยจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันที่สัญญากำหนดได้ด้วยตนเองตั้งแต่ 3 อย่างขึ้นไป ภาวะดังกล่าวมีลักษณะถาวร ต่อเนื่องตามระยะเวลาที่กำหนด และมีข้อมูลจากแพทย์สนับสนุนความรุนแรงและความถาวร กรณีนี้อาจมีองค์ประกอบเบื้องต้นสอดคล้องกับแนวทางข้อ 1 แต่ยังต้องตรวจสอบคำนิยามกิจวัตรแต่ละข้อและเงื่อนไขทั้งหมดในกรมธรรม์จริง
ตัวอย่างกรณีที่อาจยังมีหลักฐานไม่ครบ
ผู้เอาประกันภัยไม่สามารถกลับไปทำอาชีพเดิมได้ แต่เอกสารที่มีอยู่ยังกล่าวถึงเฉพาะข้อจำกัดในการทำงานเดิม และยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าไม่สามารถทำงานหรือประกอบอาชีพใด ๆ เพื่อรับค่าตอบแทนหรือผลกำไรได้อย่างถาวร กรณีนี้อาจยังมีหลักฐานไม่ครบสำหรับพิจารณาตามแนวทางข้อ 2
ตัวอย่างนี้จัดทำเพื่ออธิบายหลักการเท่านั้น ผลการพิจารณาจริงขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสารทางการแพทย์ และเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเคลม TPD
ต้องครบทั้ง 3 ข้อหรือไม่
ไม่ต้องครบทั้งข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 3 พร้อมกัน เพราะคำนิยามใช้คำว่า “ข้อหนึ่งข้อใด” แต่รายละเอียดภายในแนวทางที่นำมาใช้ต้องพิจารณาให้ครบ เช่น จำนวนกิจวัตร ความถาวร ระยะเวลา และเกณฑ์อายุ
ทำงานเดิมไม่ได้ถือว่าเข้าเงื่อนไขข้อ 2 หรือไม่
ยังสรุปไม่ได้จากการทำงานเดิมไม่ได้เพียงอย่างเดียว เพราะข้อความในสัญญาระบุถึงการไม่สามารถทำงานหรือประกอบอาชีพใด ๆ เพื่อรับค่าตอบแทนหรือผลกำไรได้อย่างถาวร ต้องพิจารณาหลักฐานและข้อเท็จจริงโดยรวม
หนังสือรับรองแพทย์เพียงฉบับเดียวเพียงพอหรือไม่
ข้อมูลที่ได้รับไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าหลักฐานฉบับเดียวเพียงพอ บริษัทอาจต้องพิจารณาข้อมูลการวินิจฉัย ระยะเวลาที่เกิดภาวะ ความถาวร ลักษณะการสูญเสีย และเอกสารอื่นตามขั้นตอนเรียกร้องสินไหมของกรมธรรม์ฉบับจริง
เงื่อนไขนี้ใช้กับกรมธรรม์ AIA ทุกฉบับหรือไม่
ไม่สามารถยืนยันได้ บทความนี้สรุปเฉพาะข้อความจากสัญญาเพิ่มเติม AIA Multi-Pay CI แบบ 2021n ประเภทสามัญที่นำมาอ้างอิง กรมธรรม์คนละแบบหรือคนละรุ่นอาจใช้คำนิยาม เกณฑ์อายุ และเงื่อนไขแตกต่างกัน
แหล่งที่มาของข้อมูล
เงื่อนไขในบทความนี้สรุปจากสัญญาเพิ่มเติม เอไอเอ มัลติเพย์ ซีไอ แบบ 2021n ประเภทสามัญ (AIA Multi-Pay CI) ซึ่งอยู่ในกรมธรรม์ส่วนบุคคลของผู้เขียน บทความเรียบเรียงโดย ธีทัต AIA เพื่อช่วยอธิบายข้อความในสัญญาให้คนทั่วไปเข้าใจง่ายขึ้น
คำนิยามและเงื่อนไขอาจแตกต่างกันตามแบบสัญญาและรุ่นกรมธรรม์ ไม่สามารถยืนยันได้ว่าข้อความนี้ใช้กับกรมธรรม์ AIA ทุกแบบหรือทุกรุ่น ผู้เอาประกันภัยควรตรวจสอบกรมธรรม์ฉบับที่ตนเองถืออยู่
คำเตือนและข้อสงวนสิทธิ์
คำเตือน: บทความนี้เรียบเรียงโดย ธีทัต AIA โดยสรุปจากสัญญาเพิ่มเติม เอไอเอ มัลติเพย์ ซีไอ แบบ 2021n ประเภทสามัญ (AIA Multi-Pay CI) ที่อยู่ในกรมธรรม์ส่วนบุคคลของผู้เขียน เพื่อช่วยอธิบายคำนิยามและเงื่อนไขให้เข้าใจง่าย ไม่ใช่ข้อมูลทางการของบริษัท คำวินิจฉัยทางการแพทย์ หรือคำยืนยันผลการเรียกร้องสินไหม เงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละแบบและแต่ละรุ่นอาจแตกต่างกัน การพิจารณาสินไหมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสารทางการแพทย์ ข้อยกเว้น และเงื่อนไขของกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยถืออยู่ รายละเอียดที่สมบูรณ์ให้ยึดตามกรมธรรม์ฉบับจริงและการพิจารณาของบริษัท